หลังจากแอบหวั่นใจกับฝีมือผู้กำกับ Joseph Kosinski ที่เคยมีผลงานที่น่าผิดหวังอย่าง Tron ว่าจะสามารถทำหนังไซไฟฟอร์มใหญ่อย่าง Oblivion ที่เป็นผลงาน Graphic Novel ของตัวเองไปรอดได้หรือไม่ ซึ่งหลังจากดูจบก็ต้องยอมรับว่าผู้กำกับคนนี้มีการพัฒนาฝีมือที่เร็วจนน่าตกใจ เพราะแม้ว่าจะเหลือข้อเสียเดิมๆ ทิ้งเอาไว้ แต่ในด้านอื่นๆ ก็ถือว่าทำได้ดีขึ้นมากเลยทีเดียว
(ขออนุญาตข้ามเรื่องย่อไป เพราะมั่นใจว่าแค่รู้บางอย่างของหนังก็จะทำให้เสียอรรถรสไปค่อนข้างมากอย่างแน่นอน) ข้อเสียคงเดิมที่ยังเห็นได้ชัดตั้งแต่ Tron นั้นก็คือจังหวะการเล่าเรื่องที่ขาดจุดไคลแม็กซ์ไปอย่างน่าเสียดาย อย่างตอนทำ Tron นั้น การดำเนินเรื่องค่อนข้างเนิบช้า มีจุดเบื่อให้หาวเป็นพักๆ ซึ่งกับ Oblivion นั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมเบื่อเลยแม้แต่น้อย แต่การดำเนินเรื่องแบบราบเรียบเช่นนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนดูไปเรื่อยๆ ไม่มีฉากไคลแม็กซ์ใดให้ตื่นตาตื่นใจ หรือพาอารมณ์คนดูไปจนถึงขีดสุด แต่ก่อนอื่นต้องยอมรับก่อนว่านี่คือหนังที่แทบจะจัดอยู่ในหมวด Sci-fi โดยมีความ เป็น Action เป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้น
ทำให้เรื่องราวขับเคลื่อนไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและจุดหักมุมอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งหนังก็ทำได้ดีในด้านสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับคนดู แต่ทว่าจุดหักมุมเหล่านี้อาจเก่าไปแล้วสำหรับคอหนัง Sci-fi ที่เคยเห็นจุดหักในลักษณะที่คล้ายกันถึง 2-3 เรื่อง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ดูแล้วจะรู้เองว่าหมายถึงเรื่องอะไร) ทำให้อารมณ์ของการดูฉากหักมุมจึงเป็นแค่การคิดในใจประมาณว่า "อืมๆ แล้วจะเป็นยังไงต่อล่ะ?" มากกว่าการที่อ้าปากค้างร้องว่า "เมิงคิดได้ยังไง" รวมไปถึงความไม่น่าให้อภัยที่ Trailer ตัวที่ 2 ของหนังนั้นสปอยใจความหลักของหนังเข้าไปเต็มๆ จนรู้สึกค่อนข้างเฉยๆ ในส่วนนั้น
แต่นั่นก็เป็นแค่ข้อเสียทั้งหมดที่เห็นได้ เพราะส่วนที่เหลือของหนังนั้นถือว่าทำมาได้ดีเลยทีเดียว สำหรับบทหนังที่ค่อนข้างมีความซับซ้อนและต้องคิดตามอยู่ตลอดไปจนถึงการเฉลยที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล และมีพล็อตเรื่องรองหลายๆ ประเด็นที่ให้คนดูมาคิดตามต่อได้แม้ว่าหนังจะจบไปแล้ว(ซึ่งไม่น่าเชื่อความโรแมนติกก็เป็นหนึ่งในนั้น) รวมไปถึงการดึงส่วนที่ดีมาจาก Tron นั่นก็คือความใส่ใจทางด้านภาพจนได้ฉากหลังของโลกอนาคตที่สวยมาก รวมไปถึงเสียงประกอบที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ทำให้โดยรวมแล้ว Oblivion ถือเป็นหนัง Sci-fi พล็อตดีๆ อีกเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งสำหรับคนที่ยังไม่เคยดูหนัง 2-3 ที่ว่าตามย่อหน้าบนมาก่อนแล้วคงจะชอบหนังเรื่องนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น